กินผักแบบไหนดีกว่ากัน

ไม่ว่าจะอย่างไรเรามักถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ตอนเด็กแล้วว่าควรกินผัก ผักมีประโยชน์มากๆ ต่อร่างกาย ทั้งวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ อีกทั้งยังมีใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย แต่ทั้งนี้เรามักจะเห็นผักอยู่ในเมนูอาหารต่างๆ และทั้งเป็นเครื่องเคียงมากับอาหารทั้งในรูปแบบต้มและผักสด ทั้งนี้เราควรเลือกกินผักแบบไหนถึงจะดีต่อเรา วันนี้เราเลยมีข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับผัก มาบอกทุกคนกัน

ผักสด โดยทั่วไปจะมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าผักที่ต้มสุกอยู่แล้ว หมายถึงมีปริมาณสารอาหารมากกว่า เรียกง่ายๆ ว่าคุ้มที่จะทานมากกว่าผักต้มสุก แต่ปัญหาที่เรามักพบอยู่เสมอสำหรับการรับประทานผักสดคือ กลัวสารตกค้างจากที่เกิดจากกระบวนการของเกษตรกร ซึ่งอาจมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชมากเกินไป โดยทั่วไปสารเหล่านี้มักระเหยและถูกชะล้างไปกับน้ำ แต่เมื่อมีปริมาณมากเกินไปก็มีการตกค้างอยู่ในผักนั่นเอง หากล้างไม่สะอาดก็จะได้รับสารเคมีที่ตกค้าง หรือการล้างอาจไม่ช่วยอะไร ซึ่งถ้าหากการรับประทานเป็นประจำ ก็จะทำให้เกิดการสะสมสารพิษในร่างกายได้ นอกจากนี้ ผักสดหลายชนิดจะมีสารบางอย่างที่เป็นพิษ เป็นอันตรายถึงตายได้ เช่น มันสำปะหลังดิบที่ดึงจากดินแล้วนำมารับประทานทันที เนื่องจากมีสารประกอบประเภท

หากท่านอยากรับประทานผักสด ควรล้างให้สะอาด และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่างไรก็ตามการเลือกทานผักสดหรือต้มสุกนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของผักด้วย เพราะผักบางชนิดรับประทานสุกจะมีประโยชน์กว่า เช่น มะเขือเทศที่ผ่านการปรุงสุกหรือผ่านกระบวนการ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ร่างกายจะนำไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่าผลสด

ผักต้มสุก บางครั้งการทานผักสดเลยก็ดูจะโหดร้ายไปสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทานผัก การทำผักให้สุกจะด้วยการ ต้ม นึ่ง หรือ ลวก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทาน แต่การต้มผักอาจจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการด้อยกว่าผักสด เพราะสารอาหารบางประเภทไม่ทนต่อความร้อนสามารถละลายได้ไปกับน้ำ แต่ข้อดีของการทำให้สุก คือ จะช่วยลดความเป็นพิษของผักบางอย่างได้ เนื่องจากความร้อนจะทำลายความเป็นพิษบางอย่าง เช่นสารพิษที่มีอยู่ในมันสำปะหลังดิบ เมื่อ นำมาปิ้ง ย่าง หรือเชื่อม ความเป็นพิษก็จะหายไป นอกจากนี้ปัญหาเรื่องความเป็นพิษจากสารกำจัดศัตรูพืชก็จะลดลงไปได้บ้าง การลวกผัก จะช่วยไม่ให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

จากการวิจัยของ อ.นพ.ไมเคิล รอยเซน และ อ.นพ.เมฮ์เมด ออซ และคณะนักวิจัยพบว่า ผักสุกในรูปผักนึ่ง(steamed veggies) จับกับกรดน้ำดีได้ดีกว่าผักดิบหรือผักสด

คนเรามีวงจรไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอล 2 วงจร วงจรหนึ่งอยู่ในเลือด(ตับสร้างขึ้น 80% และมาจากอาหาร 20%) อีกวงจรหนึ่งมีการดึงโคเลสเตอรอลจากเลือดเข้าสู่ตับ สร้างกรดน้ำดี และขับออกมาพร้อมน้ำดี

ถ้ากินอาหารที่จับกรดน้ำดีได้มากหน่อยได้แก่ เส้นใย(ไฟเบอร์) ชนิดละลายน้ำ ซึ่งมีมากในข้าวโอ๊ต ผลไม้บางอย่าง เช่น ส้ม แอปเปิ้ล ฯลฯ หรือผักที่มีเมือกลื่น เส้นใยเหล่านี้จะจับกับกรดน้ำดี และขับถ่ายออกไปพร้อมอุจจาระ ช่วยทำให้โคเลสเตอรอลในน้ำดีดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดใหม่ไม่ได้ ผลคือ ช่วยให้โคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้

สรุปแล้วถ้าในเรื่องของการได้รับคุณค่าทางโภชนาการการทานผักดิบหรือผักสด จะดีกว่าผักต้มสุก แต่ถ้าหากอยากทานผักเพื่อให้ช่วยเรื่องท้องอืดหรือต้องการลดไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล) การกินผักสุกให้มากขึ้นหน่อยน่าจะดีกับสุขภาพมากทีเดียว

ไม่ว่าคุณจะเลือกทานผักแบบไหน แน่นอนว่าการทานผักนั้นดีอยู่แล้ว เพียงแค่คุณเลือกให้เหมาะกับสุขภาพ เหมาะกับชนิดผัก และประโยชน์ที่คุณคาดว่าจะได้รับก็เพียงพอแล้ว