งดของทอดสุดโปรดของคุณ เพื่อสุขภาพที่ดี

ของทอดกับคนไทยมองดูยังไงก็เป็นของคู่กันเพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เจอแต่ร้านขายของทอด อาทิ ปาท่องโก๋ในตอนเช้า ลูกชิ้นระเบิดในตอนบ่าย หรือแม้แต่กับข้าวต่างๆ อย่างปลาทอด ไก่ทอด ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะให้เลิกกิน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าหากคุณลด ละ เลิกการกินของทอดได้ ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนฉับพลันทันที แล้วเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างไปดูกันดีกว่า

ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไรหากเราลดการกินของทอด?

  1. คลอเรสเตอรอลในร่างกายจะคงที่หรือต่ำลง – การกินของทอดเป็นการเพิ่มคอลเรสเตอรอลให้สูงขึ้น เพราะนอกจากจะต้องนำไปชุบแป้งทอดกรอบที่เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ทำให้คอลเรสเตอรอลสูงแล้ว การทอดอาหารในน้ำมันยังจะทำให้อาหารดูดซับน้ำมันเนื่องจากอาหารได้สูญเสียน้ำไปแล้วอีกด้วย
  2. ผอมเพรียวทุกสัดส่วน – เพราะการกินของทอดจะส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกายเกี่ยวกับความอยากอาหาร การสะสมไขมันทำให้เกิดภาวะอ้วนง่าย ดังนั้น หากเราลดการกินก็จะเท่ากับเป็นการลดฮอร์โมนความอยากลง ก็จะไม่อ้วน ไขมันไม่สะสมในร่างกาย
  3. ปลอดโรคภัย – การกินของทอดจะเป็นการสะสมโรคต่างๆ ทำให้ร่างกายรับพลังงานมากเกินไป ไม่พอดี เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ที่เกิดจากผลกระทบของไขมันทรานส์สะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งไขมันทรานส์เป็นการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันเพื่อแปลงสภาพไขมันอิ่มตัว พอน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปร่างกายก็จะไม่สามารถสลายไขมันนี้ได้ หรือโรคมะเร็ง ที่ของทอดจะมีสารอะคริลาไมด์ จากการทำให้สุกด้วยความร้อนสูงเกินไป นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ
  4. ลดของทอดลดสิว – สำหรับใครที่เป็นสิวหนักมาก แล้วกชอบแสนชอบของทอดคงหยุดหยุดฟังทางนี้ เพราะด้วยความที่สิวเกิดจากไขมันส่วนเกินอุดตันที่ผิวหนัง อุดตันรูขุมขน ยิ่งกินของทอดยิ่งเป็นการกระตุ้นความมันให้กับสภาพผิวนั่นเอง ดังนั้นหากลดของทอดลงได้ก็จะช่วยให้ลดความมัน หรือไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณปาก คาง จมูก
    มีเงินเก็บมากขึ้น – ข้อนี้ไม่ได้ล้อเล่น เพราะการกินของทอดอย่างที่บอกว่าเป็นการเพิ่มความอยากในร่างกาย กินเท่าไรก็ไม่หยุด พอกินหมดยังไม่อิ่มก็ต้องซื้อมากินอีก ดังนั้นหากเราสามารถลดของทอดลงได้ก็จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้

จริงๆ แล้วการลดของทอดเป็นสิ่งที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย เช่น ออกกำลังกาย เลือกกินอาหารชนิดอื่นๆ ทดแทน ฯลฯ เพื่อเปลี่ยนจุดสนใจให้กับตัวเรานั่นเอง

โรคลายม์ อันตรายจากการโดนเห็บกัด

โรคลายม์ (Lyme disease) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Borrelia Burgdorferi โดยคนสามารถติดเชื้อนี้ได้จากการถูกเห็บกัด โรคนี้พบในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยมีรายงานมากในรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา (Northeastern and north-central) และยุโรป ได้แก่ ประเทศ ออสเตรีย เอสโตเนีย ลิทัวเนีย เนเธอร์แลนด์ สโลวีเนีย กิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะถูกเห็บกัดและสัมผัสโรคนี้ ได้แก่ การเดินป่า ตั้งแคมป์ ทำสวน โดยเห็บจะแพร่เชื้อหลังจากเกาะบนร่างกายของคน 36-48 ชม.

อาการของโรคจะแสดงใน 1-4 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ อาการเริ่มต้นได้แก่

  • มีผื่นวงสีแดงบริเวณที่เห็บกัดซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของโรคนี้ (Erythema migrans)
  • มีไข้
  • ปวดเมื่อยตัว
  • ปวดศีรษะ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต

ต่อมาอาจมีอาการทางระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบประสาท เช่น หน้าเบี้ยว อ่อนแรง ปลายมือปลายเท้าชาหรือเจ็บแปลบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ ความจำถดถอย วงจรการนอนผิดปกติ ระบบหัวใจ ได้แก่ การเต้นของหัวใจผิดปกติ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ปวดข้อ ข้ออักเสบ

โรคนี้รักษาได้โดยให้ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งต้องให้นาน 10-28 วัน ขึ้นกับอาการแสดงและระยะของโรค

การป้องกัน ทำได้โดยป้องกันไม่ให้เห็บกัด ได้แก่

  • สวมเสื้อแขนยาว ขายาว คลุมผิวหนังเพื่อป้องกันไม่ให้เห็บกัด
  • ใช้ยากันยุงและแมลงที่มีส่วนผสมของ DEET ซึ่งจะช่วยป้องกันเห็บได้
  • หลังจากกลับมาจากป่า ให้รีบถอดเสื้อผ้าสำรวจร่างกายว่ามีเห็บเกาะหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้แหนบดึงออกโดยจับที่หัวหรือปากของหมัดให้ใกล้ผิวหนังที่สุดแล้วดึงขึ้นในแนวตรง

ดังนั้นก่อนจะเดินทางนอกจากวางแผนท่องเที่ยวแล้วอย่าลืมเตรียมตัวด้านสุขภาพ โดยศึกษาว่าที่ที่เราจะไปมีโรคอะไรที่ต้องระวังบ้าง และกลับมาหากพบว่ามีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์และอย่าลืมแจ้งประวัติการเดินทางเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและแนวทางการรักษาโรคต่อไป